ของขวัญปีใหม่...
posted on 04 Jan 2009 00:39 by pizzicato
"กูมีแฟนใหม่แล้วมึง..."
.
.
.
เช้าวันศุกร์เวลาประมาณ แปดโมงเช้า...
วันนี้ตื่นนอนเช้าเป็นพิเศษด้วยความตื่นเต้นก็เลยพลอยจะทำให้นอนไม่ค่อยหลับไปด้วย
หลังจากที่อาบน้ำแต่งตัวเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง (เป็นเวลามาตรฐานของที่ห้อง) ก็ต้องรีบหาของที่จะหิ้วไปฝากอีก
เผลอคิดได้ว่ารู้งี้เตรียมตั้งแต่เมื่อคืนซะได้ก็ดีระหว่างที่หาของขวัญพลางบ่นไปดูนาฬิกาไปด้วยเพื่อที่จะพยายามไปให้เร็วที่สุดเพิ้อเพิ่มเวลาที่เราจะได้อยู่ด้วยกัน แค่คิดอย่างนี้ก็ชวนให้ยิ้มอีกจนได้เหงื่อเจ้ากรรมก็ดันไหลออกมาอีกจนได้รู้งี้หาก่อนอาบน้ำซะก็ดีอยากอาบน้ำใหม่ซะจริง
.
ห้องที่อยู่ไม่ค่อยกว้างนักแต่ก็มีพื้นที่พอให้ลังใส่ของต่างๆเยอะพอดู ห้องสี่เหลี่ยมประมาณสี่สิบกว่าตารางเมตร
มีเตียงขนาดห้าคูณห้าถูกดันติดไปอยู่กับมุมหนึงด้วยฝีมือของรูมเมทผู้น่ารัก ผนังห้องเป็นแบบเรียบๆที่ทาด้วยสีรองพื้นอ่อนๆห้องนี้ไม่มีพัดลมแฮะ แต่ก็มีแอร์อยู่ตัวหนึ่งเพื่อบรรเทาความร้อนอยู่บ้างโดยปรกติเรามักจะเปิดหน้าต่างเพื่อให้อากาศได้ถ่ายเทหรือไม่ก็เพิ่มความเย็นขึ้นมาอีกหน่อย (เรื่องของเรื่องก็คือไม่มีเงินจ่ายค่าไฟต่างหาก) เพราะการเปิดหน้าต่างนี่แหละเลยมักจะทำให้มีพวกฝุ่นผงลอยเข้าห้องมาเยอะพอดู การหาของเลยยิ่งทุลักทุเลเข้าไปอีกนอกจากจะคอยปัดฝุ่นแล้วก็ยังต้องจัดของไปด้วยเสียเวลาพอดู แต่ก็เพราะอย่างนี้แหละเลยทำให้รู้สึกว่าเราได้ทำอะไรเพื่อเค้าเพิ่มขึ้น เพียงแค่คิดอย่างนี้ก็มีความสุขมากแล้ว... ^^ รออีกหน่อยเถอะนะจะได้เจอกันแล้ว
.
การเดินทางก็ไม่ใช้เวลามากมายอะไรคิวรถตู้ที่อนุสาวรีย์ฯก็ไม่ได้ปล่อยให้เรารอนานอย่างที่คิด
"ตั๋วสีแดงเลยครับ !"
สิ้นเสียงคนขับรถพูดพวกเราเหล่าผู้โดยสารก็ทยอยกันไปขึ้นรถ
"ตั๋วด้วยครับ"
เอาหละการเดินทางกำลังจะเริ่มแล้ว ตื่นเต้น ? เปล่าหรอกกลัวต่างหาก เพราะมันคือช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดสำหรับคนที่เมารถง่ายๆอย่างเรา การเดินทางด้วยรถตู้ไม่สนุกเลย ยิ่งถ้าคนขับรถขับไม่ดีด้วยแล้วมันก็ยิ่งทำให้เราเวียนหัวมากขึ้นบรรยากาศภายในรถนอกจากจะไม่เอื้ออำนวยให้เกิดการสนทนาขึ้นแล้วห้องสี่เหลี่ยมแคบก็ยิ่งทำให้รู้สึกมึนหนักขึ้นไปอีก หลังจากที่พยายามอมลูกอมหมดไปเป็นสิบเม็ดก็เริ่มง่วงได้ทีคงยังโชคยังดีที่ราเมนเมื่อตอนกลางวันไม่ทำให้แน่นท้องมากมาย ไม่งั้นคงต้องมีการอ้วกกันบ้าง อาจเป็นเพราะเหตุการณ์อุบัติเหตุตอนยังเล็ก หรือเป็นเพราะร่างกายที่ไม่แข็งแรงตั้งแต่เด็กเลยทำให้มีอาการเมารถ เมาเรืออยู่เสมอๆ ช่างเป็นอุปสรรคต่อการเดินทางซะจริงๆ แต่สิ่งที่ช่วยบรรเทาความทรมานลงได้บ้างก็คือความรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เจอกัน ความรู้สึกดีใจที่จะได้เห็นรอยยิ้มของเค้ายังคงช่วยเป็นกำลังใจให้เราได้เสมอ
.
เคลิ้มหลับไปได้สักพักพอรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาก็ถึงปั๊มเติมแก๊สแล้ว ปั๊มๆนี้มีจุดสังเกตุคือมีรูปปั้นช้างที่มีขาหลังสามข้างอยู่ (ไอ้นั่นของมัน -*- คนปั้นก็ช่างคิดเนาะ) แปลกใจเหมือนกันว่าคิวรถบริษัทนี้เค้าทำสัญญากับไอ้ปั๊มนี้ไว้หรือยังไงแน่เพราะทุกครั้งที่มาก็ต้องแวะปั๊มนี้ตลอด กับให้ช้างสามขานี่ให้ความรู้กดีจริงๆให้ตายเหอะ !
"พี่ ! เข้าห้องน้ำแป๊บนึงนะ"
"เร็วด้วยน้อง"
จากที่เคยมาสองสามรอบ เลยพอจะทำให้รู้ช่วงเวลาที่รถจะออกอีก ก็ต้องใช้โอกาสจังหวะนี้ใหเป็นประโยชน์เพราะจุดหมาของเรายังอยู่อีกไกล นั่งรถต่อไปอีกสองชั่วโมงบรรดาผู้โดยสารคนอื่นๆก็ทยอยลงไปกันหมดในที่สุดก็มาถึงจนได้ หลังจากลงจากรถก็มีความรู้สึกตื่นเต้นอีก..."ถ้าเจอกันจะหน้ายังไงดีน้า" คิดแล้วก็พลางอมยิ้มขึ้นมา
"อยู่ไหนแล้ว ?"
น้ำเสียงที่คุ้นเคยจากปลายสายทำให้หัวใจเต้นแรงขึ้นไปอีก คนเรานี่ก็แปลก ? อยากมาเจอเค้าลงทุนนั่งรถมาซะก็ไกลพอจะเจอเข้าจริงๆก็กฃับตื่นไปเกินเหตุ แต่ก็จะให้ทำยังไงล่ะ ? มาแล้วนี่นาเดินหน้าต่อไป !
"ฮัลโหล...อือ ถึงหน้าบ้านแล้ว"
"เหรอขึ้นมาเลยๆ ล๊อคประตูให้ด้วยนะ"
บ้านทาวน์เฮาส์หลังไม่ใหญ่นักประตูความสูงประมาณเมตรเก้าสิบ ถึงสองเมตรติดผ้าขาวเพ่อกันไม่ให้คนมองเห็นในตัวบ้านข้างๆเป็นกระจกบานเกร็ดและกล้วยไม้เล็กๆแขวนอยู่สามสี่ต้น พอจะเอื้อมมือไปจับลูกบิดก็เกิดกลัวขึ้นมาเฉยๆ "เอาหน่าอีกนิดเดียว" ภายในบ้านไม่คอยตกแต่งอะไรเท่าไหร่นักมีโต๊ะกินข้าวสองตัว และชั้นวางรองเท้ากับตู้เย็นแต่แค่นั้นก็ทำให้พื้นที่ของบ้านหายไปมากทีเดียว
"เข้ามาแล้วนะ รบกวนด้วยนะ !"
การตะโกนบอกเจ้าบ้านก่อนถืเป็นมารยาทที่ดีเนอะ ^^ เดินไปอีกประมาณสามเก้าจะมีบันไดวนขึ้นไปที่ชั้นบนประมาณสิบกว่าขั้นได้ประตูห้องสีขาวคนที่เราเฝ้ารอที่จะได้พบมาตลอดรออยู่ในนี้หลังจากบิดลูกบิดเข้าไปเท่านั้นเองอีกแค่นิดเดียว.............
"สวัสดีปีใหม่"
พูด...พร้อมรอยยิ้ม
"นี่ ! ของขวัญ"